โรคไข้กาฬหลังแอ่น

เป็นโรคที่เกิดเฉียบพลัน มีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียพบมากในกลุ่มคนที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด อาการสำคัญของโรคนี้คือ ไข้ ผื่น และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal meningitis) เป็นโรคที่เกิดเฉียบพลัน มีสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria meningitidis โรคนี้พบได้ทุกกลุ่มอายุ มักพบมากในกลุ่มคนที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด

พื้นที่มีการเกิดโรคสูงอยู่บริเวณประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิอาระเบีย ทวีปแอฟริกา หรือบริเวณที่เรียกว่า “African Meningitis belt” ซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวาง ตั้งแต่เซเนกัลไปจนถึงเอธิโอเปีย เช่น เซเนกัล กินี ไนจีเรีย ซาด ซูดาน เอธิโอเปีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบการระบาดของโรคนี้ในทวีปอเมริกา เช่น คิวบา บราซิล ชิลี อาร์เจนตินา โคลัมเบีย เป็นต้น หรือประเทศในแถบเอเชีย เช่น เนปาล อินเดีย พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม ไทย เป็นต้น ชื่อของโรคบอกถึงลักษณะอาการได้ดีคือ มีไข้สูงและมีผื่นแดงจ้ำเขียวหรือดำคล้ำ (จึงเรียกว่า “ไข้กาฬ” คือไข้ที่มีผื่นสีดำตามผิวหนัง) และอาจมีอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วย เช่น คอแข็ง หลังแอ่น (จึงเรียกต่อท้ายว่า หลังแอ่น)
อาการสำคัญของโรคนี้คือ ไข้ ผื่น และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาจมีครบทั้ง 2 ใน 3 อย่างนี้ ซึ่งมีความรุนแรงต่างกันไป อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณขาและหลัง 2-3 วัน มีผื่นแดงจ้ำเขียวหรือดำคล้ำ จนเป็นรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ อาจมีรูปร่างคล้ายดาวกระจาย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ มักพบบริเวณลำตัวส่วนล่าง ขา เท้า และบริเวณที่มีแรงกดบ่อย ๆ เช่น ขอบกางเกง ขอบถุงเท้า เป็นต้น อาจมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยแสดงอาการคอแข็งร่วมด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรงผู้ป่วยจะซึม ชัก ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth